วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2561

เหตุผลแห่งการ ตั้งชื่อ เล่น 2 พยางค์ เทรนด์ยอดฮิตสำหรับเด็กยุคดิจิตอล


            การตั้ง ชื่อลูกชาย หรือหญิง ในยุคนี้ถือว่าเป็นเรื่องราวของศิลปะมากกว่าเรื่องราวของศาสตร์ทางความเชื่อ  บางคนเน้นการ ตั้งชื่อ ที่ทันสมัยแม้ว่ามันจะเป็นคำที่ไร้ความหมายแต่ได้ชื่อว่าอยู่ในกระแสก็ยังพอใช้การได้  แต่บางคนให้ความสำคัญกับความหมายมากจนเกินพอดีทำให้ชื่อเล่นของเด็กตัวน้อยๆกลายเป็นชื่อที่เรียกยากยิ่งกว่าชื่อจริงด้วยซ้ำไป  นี่คือวิวัฒนาการของการตั้งชื่อที่ถูกพัฒนาปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นแนวคิดในการ ตั้งชื่อลูกพร้อมความหมาย แนวใหม่ที่ทำให้หลายๆตำราถึงกับหงายเงิบและถูกเก็บเข้าลิ้นชักไปอย่างไร้ความหมาย
                เด็กๆในยุคดิจิตอลมักจะมีชื่อเล่นที่เป็น 2 พยางค์ ที่แม้ว่ามันจะยุ่งยากในการเรียกขานแต่มันก็ทำให้ภาพลักษณ์ของเด็กดูน่ารักและทันสมัยมากขึ้นอาจจะด้วยความตั้งใจของพ่อแม่ที่ต้องการให้เกิดภาพลักษณ์ดังกล่าวกับลูกหรืออาจจะเป็นเพราะสมัยนิยมเราก็ไม่สามารถที่จะระบุความต้องการได้อย่างชัดเจน 
ที่แน่ๆชื่อของเด็กทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็น ชื่อจริงลูกชาย หรือชื่อจริงของลูกสาว ในยุคดิจิตอล ล้วนสร้างความปวดหัวให้กับเจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎร์ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ไหนจะต้องวุ่นวายกับ พยัญชนะ สระ ตัวสะกด และ วรรณยุกต์ ที่มีความซับซ้อน  จะต้องระวังในการจัดทำเอกสารเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด  ซึ่งการแก้ไขก็จะได้ยากขึ้นอีกด้วย  บางคนกว่าจะรู้ตัวว่าเจ้าหน้าที่สะกดชื่อตัวและชื่อสกุลรวมถึงวันเดือนปีเกิดของตัวเองผิด  อายุก็ล่วงเลยเข้าไปถึงวัย 30   กว่าจะได้แก้ไขก็เป็นช่วงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนคำนำหน้านามและชื่อสกุลไปพร้อมกันทีเดียวเลย 
ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงประเด็นของการ ตั้งชื่อ เล่นลูกแบบ 2 พยางค์ที่ถือว่าเป็นเทรนฮิตสำหรับยุคปัจจุบันนี้และมีแนวโน้มว่าเด็กยุคใหม่ที่จะเกิดตามออกมาในอนาคตจะต้องมีชื่อเล่นที่มีพยางค์มากขึ้นอย่างแน่นอน
เหตุผล สำหรับการตั้งชื่อเล่นลูก 2 พยางค์ ล้วนเป็นเหตุผลที่แปลกใหม่ซึ่งตำราพรหมชาติไม่สามารถอธิบายแนวคิดและหาคำตอบให้กับชื่อเหล่านี้ได้นั่น เช่น
1. ตั้งชื่อ ลูกตามสถานที่ที่ชื่นชอบเป็นพิเศษหรือสถานที่ที่เคยไปเที่ยวแล้วเกิดความประทับใจ  แต่ก็มีพ่อแม่บางคนที่ตั้งชื่อลูกว่ายุโรป   ปารีส  บรู๊คลิน  หรือซิดนีย์ แม้ตลอดชีวิตของพ่อแม่ไม่เคยย่างกรายออกนอกประเทศแม้แต่ครั้งเดียว แต่อาจเป็นความปรารถนาสูงสุดของชีวิตที่จะไปให้ถึงดินแดนในฝันจึงได้ตั้งชื่อลูกเอาไว้เพื่อเป็นความฝันอันสูงสุดนั่นเอง
2. ตั้งชื่อ ลูกตามความหมายที่ต้องการจะสื่อเข้าไปให้ถึงตัวเด็ก หรืออาจจะเป็นความคาดหวังที่พ่อแม่อยากให้เกิดคุณลักษณะดีๆขึ้นกับตัวลูก เช่น น้องแสนดี  น้องเพอร์เฟค  น้องปริ๊นเซสเป็นต้น
3. ตั้งชื่อ ลูกตามชื่อของบุคคล ดารา ตัวการ์ตูน  สัตว์  พืชพรรณ  หรือสิ่งของ ที่พ่อและแม่ชื่นชอบเช่น  ญาญ่า  เบลล่า  เบ็คแฮม  โลมา  นกยูง  ข้าวหอม  ไตตั้น  บริทนี่ เป็นต้น
4. ตั้งชื่อ ลูกเพื่อให้โดดเด่นแตกต่างและทันสมัย เช่น อินเตอร์  เฟซบุ๊ค ออนไลน์   บิ๊กไบค์เป็นต้น  แต่ชื่อที่โดดเด่นและทันสมัยลักษณะนี้มักจะเป็นชื่อที่ดูน่ารักของช่วงอายุในวัยเด็กเท่านั้นเมื่อโตขึ้นไปชื่อเหล่านี้อาจจะฟังดูแปลกๆในความรู้สึกของผู้เรียกขาน  โดยเฉพาะคนที่มีหน้าที่การงานเป็นระดับหัวหน้างานเป็นข้าราชการระดับสูงถ้าลูกน้องใต้บังคับบัญชาจะเรียกขานชื่อเล่นของหัวหน้าก็คงจะรู้สึกเก้อเขินอยู่ไม่น้อย เพราะฉะนั้นไม่แปลกถ้าเด็กที่ใช้ชื่อเล่นโก้เก๋เหล่านี้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่มักจะเปลี่ยนชื่อเล่นให้ดูภูมิฐานขึ้นหรืออาจจะใช้ชื่อจริงเป็นชื่อเล่นเพื่อให้คนเรียกติดปากไปเลยก็เป็นได้
5. ตั้งชื่อ ลูกตามความหมายพิเศษเช่น  อั่งเปา  โบนัส  พลอยใส  ไข่มุก  แพรวา  ฮีโร่  ชิชา  หมิงหมิง เป็นต้น ชื่อเหล่านี้มักจะสื่อความหมายถึงการที่ลูกจะนำพาโชคลาภวาสนาหรือสิ่งดีๆเข้ามาสู่ครอบครัวทั้งในช่วงเวลานี้ หรือในอนาคต  ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งความคาดหวังของพ่อแม่ที่เกิดขึ้นกับตัวลูกนั่นเอง
6. ตั้งชื่อ ลูกตามความสวยงามของธรรมชาติเช่น  ฟ้าคราม  ฟ้าใส  จันทร์เจ้า  อาทิตย์   น้ำไนล์ (แม่น้ำ) ภูผา น้ำใส เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็น ชื่อเล่น ชื่อจริงลูกชาย หรือ ลูกสาว พ่อแม่ทุกคนล้วนให้ความสำคัญกับการตั้งชื่อทั้งสิ้นชื่อเล่นจะต้องเป็นชื่อที่ให้ความรู้สึกถึงความรักความผูกพันและสายใยที่มีให้กันในครอบครัว  ส่วนชื่อจริงของลูกนั้นก็ยังคงต้องสื่อความหมายทางความเป็นมงคลของชื่อและความเหมาะสมกับวันเดือนปีเกิดของเด็กอยู่ดี  เพราะฉะนั้นการตั้งชื่อลูกจึงมีความหลากหลายในเรื่องของเหตุผลและความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอยู่เสมอ
พ่อแม่ จะตั้ง ชื่อลูกชาย  หรือ ลูกสาว ด้วยการ ตั้งชื่อลูกพร้อมความหมาย ให้เลิศหรูอลังการ เรียกขานได้ง่ายหรือยุ่งยาก เป็นชื่อไทยหรือชื่อฝรั่ง ก็สุดแท้แต่ความต้องการของผู้เป็นพ่อและแม่อย่างแท้จริง   แต่ทั้งนี้ความสำคัญของชื่ออยู่ที่ว่า ชื่อนี้ถูกเรียกจากใคร นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด  ถ้าชื่อที่ไพเราะและให้ความหมายดีแต่ถูกเรียกจากปากของพี่เลี้ยงต่างด้าว ที่พูดภาษาไทยยังไม่คล่องนัก ก็ไร้ความหมาย  เพราะเสียงที่เด็กต้องการให้เรียกชื่อของตัวเอง จะต้องเต็มไปด้วยน้ำเสียงรักห่วงใยและปรารถนาดีตลอดเวลาซึ่งความรู้สึกเหล่านี้เป็นสิ่งที่เด็กต้องการได้ยินในน้ำเสียงจากคนที่เป็นพ่อแม่ มากที่สุด



0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น