แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้านมือสอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้านมือสอง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

หากต้องการกู้ร่วมกัน ผู้กู้แต่ละคนนั้นต้องรู้เรื่องเหล่านี้ด้วย


สำหรับใครก็ตามที่เคยยื่นขอสินเชื่อในการ กู้ซื้อคอนโด ซื้อบ้าน หรือซื้อรถยนต์นั้น แล้วธนาคารไม่อนุมัติให้นั้นก็คงจะสับสนกับตัวเองไม่น้อยว่าเป็นเพราะเหตุใด  และยิ่งถ้าหากเป็นการขอกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยนั้นยิ่งต้องคิดหาวิธีการใหม่ที่จะทำให้ธนาคารเชื่อว่าเรามีศักยภาพพอที่จะสามารถชำระหนี้ได้อย่างแน่นอน ซึ่งจริงๆ แล้วนั้นก็มีทางแก้ด้วยวิธีอื่นๆ อีกมากมายแต่อาจจะต้องรอเวลาในการทำให้ธนาคารเชื่อถือ แต่ทว่าในวันนี้เราจะมาแนะนำอีกวิธีหนึ่งในการยื่นขอสินเชื่อเพื่อซื้อคอนโด บ้าน ซึ่งแม้จะเป็น บ้านมือสอง ก็ตามสามารถนำวิธีนี้ไปใช้ได้เช่นกัน และนั่นก็คือการกู้ร่วมนั่นเอง ซึ่งรายละเอียดของการกู้ร่วมนั้นก็อาจจะมีการแตกต่างกันไปตามกฎเกณฑ์ของแต่ละธนาคาร แต่ทว่าก่อนที่ใครจะไปกู้ร่วมกับใครนั้นก็ควรที่จะรู้รายละเอียดต่างๆ เหล่านี้เสียก่อน เพื่อที่จะได้ไม่มีข้อโต้แย้งหรือสงสัยกันในภายหลัง
1.      บุคคลที่เป็นผู้ กู้บ้าน ร่วม โดนส่วนใหญ่แล้วทางธนาคารจะกำหนดเงื่อนไขไว้ว่า ผู้กู้ร่วมนั้นจะต้องมีสายโลหิตเดียวกัน เช่น บิดา มารดา พี่ น้อง เครือญาติ หรือคู่สมรส แต่หากเป็นเป็นพี่น้องที่ใช้คนละนามสกุลก็กู้ร่วมกันได้โดยแสดงหลักฐาน เช่น ทะเบียนบ้านหรือสูติบัตรที่แสดงให้เห็นว่ามีบิดาหรือมารดาเดียวกัน ส่วนคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนและยังไม่มีลูกจะใช้ใบลงบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจซึ่งระบุว่าอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นหลักฐานได้ แต่ถ้าหากมีลูกร่วมกันให้ใช้สำเนาทะเบียนบ้านซึ่งระบุชื่อของคู่สมรสที่มากู้ร่วม เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายพิจารณาการให้สินเชื่อของแต่ละสถาบันการเงินด้วย และผู้กู้ร่วมแต่ละคนนั้นจะต้องมีความสามารถในการชำระหนี้ คือมีรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่าระดับที่ธนาคารกำหนด โดยส่วนใหญ่ก็จะไม่น้อยกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ไม่มีภาระผ่อนที่มากเกินไป และไม่มีประวัติผิดนัดชำระหนี้ ฉะนั้นหากเคยมีประวัติหนี้เสียหรือไม่มีความสามารถในกาาชำระหนี้ การมากู้ร่วมก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร
2.      การรับผิดต่อภาระหนี้ของผู้กู้บ้านร่วมกัน แน่นอนว่าการมา กู้ซื้อคอนโด หรือบ้านร่วมกันนั้นก็เสมือนเป็นลูกหนี้ของธนาคารในลำดับเดียวกัน ฉะนั้นหากเกิดผิดนัดชำระหนี้ธนาคารจะเรียกชำระหนี้คืนจากผู้กู้รายใดรายหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ และแม้จะมีการยึดทรัพย์เพื่อไปขายทอดตลาดแล้ว ความรับผิดต่อหนี้นั้นก็ยังไม่หมดถ้าหากจำนวนเงินที่ได้น้อยกว่ายอดหนี้คงค้าง ซึ่งข้อนี้นั้นผู้กู้ร่วมก็ต้องรับผิดในการชำระคืนเงินให้ครบตามจำนวน
3.      การถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ซื้อกู้ร่วมกันมานั้น ย่อมเป็นสินทรัพย์ของผู้กู้ร่วมทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคอนโด บ้านมือหนึ่ง หรือ บ้านมือสอง นั้น เพราะโดยกฎหมายแล้วการกู้ร่วมกันถือเป็นลูกหนี้ร่วมกันและย่อมมีสิทธิในทรัพย์นั้นเท่ากัน ดังที่เราจะเห็นได้ว่าเวลาไปจำนองก็จำนองชื่อร่วมกัน เวลาไถ่ถอนจำนองก็จะกลายเป็นสินทรัพย์ของผู้กู้ร่วมทุกคน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากผู้กู้ร่วมเป็นชาวต่างชาติก็อาจจะมีข้อจำกัดในด้านของกฎหมาย ฉะนั้นต้องตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ให้ดี
4.      สำหรับสิทธิในการลดหย่อนภาษีของผู้ กู้บ้าน ร่วมกัน แน่นอนว่าหากเป็นเรื่องของภาษีก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งกฎหมายนั้นให้สิทธินำดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทในแต่ละปีภาษี และหากเป็นการกู้ร่วมกันให้หารเท่าตามจำนวนผู้กู้ อย่างเช่น กู้ซื้อคอนโดร่วมกัน 2 คน ก็คือ หารครึ่ง กู้ร่วม 3 คน ให้หาร 3 และผู้กู้นั้นไม่สามารถนำยอดดอกเบี้ยไปใช้สิทธิกันเองตามใจได้ แม้ในทางปฏิบัติจะมีฝ่ายใดเป็นผู้ผ่อนชำระก็ตาม
และที่เราได้กล่าวไปนั้นก็เป็นเพียงตัวอย่างที่ผู้ร่วมทุกคนควรจะทราบรายละเอียดต่างๆ อย่างชัดเจนและก็เข้าใจด้วย เพราะการกู้ร่วมนั้นมันย่อมผูกมัดตัวคุณนั่นเอง นอกจากนี้หากสงสัยรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการกู้ร่วมนั้นก็สอบถามได้โดยตรงกับธนาคารได้เลย


วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ต้องการเงินฉุกเฉินเร่งด่วนควรเลือกกู้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือเลือกกดเงินจากบัตรกดเงินสดดี



เราทุกๆ คนต่างก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าเมื่อเริ่มทำงานนั้นก็ควรที่จะเริ่มเก็บเงินไว้เป็นทุนสำรองบ้าง เพราะเราไม่รู้ว่าในอนาคตนั้นเราต้องเจอปัญหาในเรื่องเงินอะไรบ้าง ทั้งนี้เราอาจจะเริ่มเก็บในแต่ละเดือนในจำนวนที่ไม่มากเท่าไหร่แต่ถ้าหากเก็บทุกๆ เดือนนั้นเราก็จะรู้ว่ามันเป็นเงินก้อนหนึ่งที่สามารถช่วยให้เราผ่านอุปสรรคปัญหาในเรื่องของการเงินไปได้ หรือถ้าหากใครนำเงินออมไปซื้ออสังหาริมทรัพย์เก็บไว้ เช่น ที่ดิน ทาวน์เฮ้าส์ หรือบ้าน นั้นก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้าหากวันหนึ่งเราต้องการ เงินฉุกเฉิน เร่งด่วนขึ้นมานั้นเราก็อาจจะเลือกขายที่ดินหรือบ้านนั้นเป็น บ้านมือสอง ไปก่อนแล้วถ้าหสกยังขาดก็อาจจะไปหาจากที่อื่น แต่ถ้าหากใครก็ตามไม่มีทรัพย์สินให้ขายก็อาจจะเลือกการกู้สินเชื่อส่วนบุคคลหรืออาจจะเลือกกกดเงินจากบัตรเงินสดก็ได้ แต่ทั้งนี้มันย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ฉะนั้นในวันนี้เราจึงได้นำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรกดเงินสเมาฝากทุกคนกัน
1.      การกู้สินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับใครก็ตามที่ต้องการ เงินฉุกเฉิน และเลือกกู้สินเชื่อส่วนบุคคลกับธนาคารนั้น เราต้องบอกก่อนเลยว่าสินเชื่่อส่วนบุคคลนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เงินก้อนใหญ่ในกรณีที่เร่งด่วนมาก อย่างเช่น สำหรับค่ารักษาพยาบาล หรือการซ่อมแซมรถยนต์ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญและมักต้องใช้เงินก้อนจำนวนมาก และในส่วนของการคำนวณ ดอกเบี้ยเงินกู้ นั้นก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่เราขอกู้ ซึ่งถ้าหากต้องการจำนวนมากเท่าไหร่อัตราดอกเบี้ยก็จะยิ่งต่ำลง อีกทั้งยังมีระยะเวลาในการผ่อนชำระที่ยาวนานถึง 12 – 60 เดือน ฉะนั้นถ้าต้องการใช้เงินก้อนใหญ่มากควรเลือกใช้สินเชื่อส่วนบุคคลจะเหมาะกว่าบัตรกดเงินสดและบัตรเครดิต เนื่องจากเราจะทราบระยะเวลาในการผ่อนชำระและจำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระในแต่ละงวดที่แน่นอน
2.      การใช้บัตรกดเงินสด เราต้องอธิบานก่อนเลยว่าบัตรกดเงินสดนั้นก็คือบัตรที่สามารถกดเงินสดออกมาได้ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมในการกด ซึ่งมันจะเหมาะสำหรับกรณีฉุกเฉินที่คุณต้องการเงินก้อนเร่งด่วนทันที แต่การใช้บัตรกดเงินสดนั้นเราจะต้องมีความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะลักษณะของการใช้บัตรกดเงินสดจะเป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน และก็จะคิดคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวัน  ซึ่งจะมีอัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ ที่แพงที่สุดในหมู่สินเชื่อเงินกู้ส่วนบุคคลเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าเราได้เงินสดมาใช้จ่ายล่วงหน้าโดยไม่มีบุคคลหรือทรัพย์สินใด ๆ มาค้ำประกันนั่นเอง โดยทั่วไปบัตรกดเงินสดจะมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ไม่เกิน 28% ต่อปี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินของผู้ออกบัตร นอกจากนี้ล้กษณะที่สำคัญของการคิดดอกเบี้ยเงินกู้จากการกดเงินในบัตรกดเงินสดนั้นจะเริ่มคิดตั้งแต่วันที่เรากดจนถึงวันที่เราได้ชำระโดยครบถ้วนแล้ว
และจากที่เราได้กล่าวไปในข้างต้นในลักษณะของการกู้สินเชื่อส่วนบุคลและการกดเงินจากบัตรกดเงินสดนั้น เราก็จะเห็นได้ว่าหากเราต้องการเงินก้อนแบบฉุกเฉินเร่งด่วนในจำนวนที่ไม่มากเท่าไหร่ และเรายังสามารถที่จะชำระเงินคืนได้หมดครบถ้วนภายในระยะเวลาอันรวดเร็วนั้นการเลือกบัตรกดเงินสดทันใจนั้นก็อาจจะตอบโจทย์ของเรามากกว่า แต่ถ้าหากว่าเราต้องการเงินก้อนใหญ่ในกรณีเร่งด่วน อย่างเช่น นำไปชำระค่ารักษาพยาบาล ค่าผ่อน บ้านมือสอง หรือผ่อนรถยนต์ เป็นต้น อีกทั้งเรายังจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาในการผ่อนชำระที่ยาวนานนั้น เราก็ควรเลือกใช้สินเชื่อส่วนบุคคลจะดีกว่า แต่ทางที่ดีที่สุดนั้นเราควรที่จะเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้ไม่น้อยกว่า 3 – 6 เดือน เมื่อเทียบกับรายได้ต่อเดือนของคุณ เพราะอย่างไรเสียการไปกู้หนี้ยืมสินมาไม่ว่าจะด้วยวิธีใดนั้นต่างก็ต้องเสียดอกเบี้ยด้วยกันทั้งนั้น หรืออีกทางหนึ่งนั้นก็คือ การขายทรัพย์สินที่ไม่จำเป็นก่อนแล้วถ้ายังได้เงินไม่พอค่อยไปกู้ยืมเอา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรจะกู้ยืมในระบบตามกฎหมาย


วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2561

อยากจะกู้เงินซื้อคอนโด แต่ว่าทางธนาคารเขาจะพิจารณาอะไรบ้าง


บ้านถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นที่ที่เป็นจุดกำเนิดของอะไรหลายๆ อย่างในชีวิตเรา ซึ่งแน่นอนว่าความฝันของใครหลายๆ คนโดยเฉพาะผู้ที่เริ่มทำงานเก็บเงินตั้งตัวมาได้สักพักหนึ่งแล้วนั้นก็น่าจะเป็นเรื่องของการซื้อบ้านที่อยู่อาศัยอย่างแน่นอน และการจะซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยซึ่งมีชื่อเรียกอื่นๆ นั้นก็จะเป็นการยากในปัจจุบัน ยิ่งถ้าหากเป็นการซื้อบ้านที่อยู่ในกรุงเทพหรือปริมณฑลด้วยแล้ว ทั้งนี้ปัจจัยหลักๆ ที่เป็นปัญหาสำคัญก็คือเรื่องของราคาที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นสูงขึ้นเป็นอย่างมากนั่นเอง ฉะนั้นทางออกของปัญหานี้ก็น่าจะเป็นการไปขอ กู้เงิน ธนาคารเพื่อนำมาซื้อนั่นเอง ซึ่งที่อยู่อาศัยในปัจจุบันนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วเราก็จะเห็นว่าเป็นพวกคอนโดอพาร์ทเม้นเสียมากกว่า ดังนั้นแล้วจึงมีโปรโมชั่นเกี่ยวกับการ กู้ซื้อคอนโด ออกมามากมาย และนอกจากนี้ธนาคารก็ยังให้เรา กู้เงิน เพื่อนำไปซื้อบ้านมือหนึ่งหรือ บ้านมือสอง อีกด้วย ซึ่งทางธนาคารนั้นก็จะได้รับประโยชน์จากการที่เราไป กู้เงิน เขาด้วย ดอกเบี้ยเงินกู้ ที่เราต้องจ่ายในทุกๆ งวดการชำระเงินกู้นั่นเอง ฉะนั้นในวันนี้ใครที่คิดว่าจะ กู้เงิน จากธนาคารนั้นก็ขอให้สำรวจถึงปัจจัยหลักๆ ที่ธนาคารจะพิจารณาว่าจะให้เรา กู้เงิน หรือไม่นี้ก่อน
1.       พิจารณาคุณสมบัติต่างๆ ของผู้ยื่นขอ กู้เงิน ซื้อคอนโด แน่นอนว่าการ กู้เงิน นั้นก็คือ การไปยืมเงินเขามา ฉะนั้นทางธนาคารจะพิจารณาฐานเงินเดือนหรือรายได้ของคุณในแต่ละเดือน รวมถึงความคล่องตัวทางสถานะการเงินของคุณ เนื่องจากคุณจะต้องแบ่งเอาไว้ใช้ชำระค่างวดที่คุณ กู้ซื้อคอนโด ให้แก่ธนาคาร เช่น หากคุณมีเงินเดือน 30,000 บาท จำนวนเงินที่คุณต้องผ่อนชำระค่างวดคอนโดพร้อมกับ ดอกเบี้ยเงินกู้ นั้นควรอยู่ที่ 40-50% ของรายได้ ทั้งนี้อัตราค่างวดของการผ่อนคอนโดที่คุณต้องจ่ายในแต่ละเดือนนั้นต้องไม่ทำให้คุณเดือดร้อนทางการมากนัก
2.       พิจารณาว่าคุณนั้นมีประวัติการชำระหนี้ที่ตรงต่อเวลาหรือไม่ และยิ่งถ้าหากเป็นลูกหนี้บัตรเครดิตหรือมีข้อมูลการใช้หนี้จากสำนักงานเครดิตแห่งชาติอยู่แล้ว ก็จะเป็นการง่ายที่ธนาคารจะพิจารณณาถึงความตรงต่อเวลาในการชำระหนี้เป็นหลัก และถ้าหากคุณยังมีหนี้คงค้างชำระอยู่ล่ะก็ เราขอบอกได้เลยว่าการ  กู้ซื้อคอนโด ซื้อบ้านมือหนึ่ง หรือ บ้านมือสอง นั้นก็จะเป็นการยากที่ธนาคารจะอนุมัติการขอ กู้เงิน ของคุณ ฉะนั้นแล้วทางที่ดีก่อนที่คุณจะยื่นขอ กู้เงิน กับธนาคารนั้น คุณควรชำระหนี้คงค้างให้หมดเสียก่อน
3.       พิจารณาความน่าเชื่อถือของโครงการ ก่อนที่คุณจะยื่นเรื่องขอ กู้เงิน  เพื่อซื้ิอบ้านเดี่ยว บ้านมือสองบ้าน หรือ กู้ซื้อคอนโด จากธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียง และคุณภาพของโครงการบ้านหรือคอนโดนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญที่ธนาคารจะนำมาพิจารณาในการปล่อยเงินกู้ให้กับคุณ และในบางธนาคารที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับโครงการอาจจะอนุมัติให้คุณ กู้เงิน ได้ง่ายหรืออได้รับวงเงินที่สูงขึ้นก็ได้
4.       พิจารณาความน่าเชื่อถืออื่นๆ ที่มีผลต่อการ กู้เงิน เพื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสอง หรือ กู้ซื้อคอนโด แน่นอนว่าสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ธนาคารจะพิจารณาก่อนที่จะอนุมัติให้คุณ กู้เงิน นั้นนอกจากคุณสมบัติต่างๆ ของตัวเราแล้ว ความน่าเชื่อถืออื่นๆ ก็ยังส่งผลต่อการพิจารณาการ กู้เงิน อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การจ่ายภาษี ความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ทำงานอยู่ การจ่ายค่าประกันสังคม ระบบเงินเดือนการจ่ายเงินเดือน ทั้งนี้ธนาคารบางแห่งอาจต้องใช้หนังสือรับรองเงินเดือนประกอบการพิจารณาเพื่อเป็นการยืนยันความน่าเชื่อถือด้วย เป็นต้น
5.       เปรียบเทียบอัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ ของแต่ละธนาคาร แน่นอนว่าอัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ และโปรโมชั่นในการอนุมัติการ กู้เงิน ของแต่ละธนาคารนั้นแตกต่างกัน ฉะนั้นคุณควรพิจารณา ดอกเบี้ยเงินกู้ ที่ต่ำที่สุด และควรพิจารณาถึงเงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆ ให้ถีถ้วนดีเสียก่อน
6.       เตรียมเอกสารในการ กู้เงิน ให้พร้อม ซึ่งจะต้องเตรียมด้วยความละเอียดรอบคอบที่สุด ทั้งนี้เราอาจจะดูว่าในแต่ละธนาคารที่เราจะไป กู้เงิน นั้นเขาจะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการพิจารณาของธนาคารนั่นเอง