แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562

หลักการง่ายๆ สำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินไว้ใช้ในยามจำเป็น


เรื่องของเงินๆ ทองๆ หรือทรัพย์สินอะไรก็แล้วแต่นั้นในปัจจุบันนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก แน่นอนว่ามันอาจจะไม่ใช่ที่สุดของชีวิตเพราะบางครั้งเงินทองหรือทรัพย์สินก็ไม่สามารถซื้อบางอย่างที่เราต้องการได้ แต่ทว่าการมีเงินทองหรือทรัพย์สินไว้สำรองในยามฉุกเฉินนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นหรือการเก็บ ออมทรัพย์ สินไว้มากๆ นั้นก็จะทำให้เราสะดวกสบายขึ้นหากวันใดวันหนึ่งเราต้องการที่จะให้มันแปรเปลี่ยนเป็นเงินตราก็สามารถทำได้โดยง่าย ซึ่งเราจะยกตัวอย่างความสำคัญของเงินตราที่เราบอกว่ามันสำคัญนั้นให้ทุกท่านได้เข้าใจกันละเอียดขึ้นอย่างเช่นในเรื่องของเวลา
แน่นอนทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าเงินทองหรือทรรัพย์สมบัติใดก็ตามไม่สามารถซื้อเวลาให้หยุดเดิน หรือให้เดินเร็วหรือช้าขึ้นได้ แต่ทว่าเงินทองนั้นสามารถทำให้เราย่นระยะเวลาการเดินทางได้ อย่างเช่น หากเราอยู่กรุงเทพฯ แล้วมีความจำเป็นที่จะเดินทางไปให้ถึงเชียงใหม่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แน่นอนว่าคนที่มีการ ออมเงิน หรือ ออมทรัพย์ สินไว้ก็คงจะเลือกที่จะซื้อตั๋วเครื่องบินไฟล์ทด่วนที่สุดเป็นแน่ แต่หากไม่มีการ ออมเงิน หรือ ออมทรัพย์ สินใดไว้เลยเขาก็อาจจะนำเรื่องของราคาตั๋วเครื่องบินมาพิจารณาร่วมด้วยในการตัดสินใจเลือกซื้อไฟล์ทตั๋วเครื่องบินอย่างแน่นอน ฉะนั้นในวันนี้เราจึงนำหลักการ ออมเงิน แบบง่ายๆ มาฝากทุกคนกันและหากใครจะ ออมทรัพย์ สินอย่างอื่นร่วมด้วยก็ได้ อย่างเช่น พวกทองคำ ที่ดิน หรือสังหาริมทรัพย์อื่นๆ เป็นต้น
1.      ออมเงิน ก่อนที่จะใช้เงิน แน่นอนว่านี่คือหลักการที่สำคัญโดยเฉพาะคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายควรที่ ออมเงิน ก่อนที่จะใช้เงิน หรืออาจจะเรียกได้ว่า ใช้ส่วนที่เหลือจากการออม ซึ่งการ ออมเงิน นี้เราอาจจะเป็นเงินออมไว้เป็นส่วนๆ แล้วนำฝากกับธนาคาร คราวนี้ถ้าหากอยากให้เกิดประโยชน์สูงสูดก็อาจจะเลือกฝากกับธนาคารที่ให้ ดอกเบี้ยเงินฝาก ในอัตราสูง แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูเรื่องของ ค่าธรรมเนียมโอนเงิน ด้วย และถ้าหากเป็นมนุษย์เงินเดินก็อาจจะเลือกเปิดบัญชีเงินฝากแบบประจำแทนการการฝากแบบ ออมทรัพย์ เพราะบัญชีเงินฝากแบบประจำนั้นจะได้รับ อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก สูงกว่านั่นเอง
2.      เมื่อ ออมเงิน ได้แล้วก็แบ่งเงินออมนั้นเป็นส่วนๆ เพื่อเอาใช้จ่ายตามจุดประสงค์ของกลุ่มเงินที่เราแบ่งไว้ออม ยกตัวอย่างเช่น แบ่งเงินที่ออมได้เป็น 3 ส่วนใหญ่ โดยให้ 3 ส่วนใหญ่นี่มีหน้าที่ของมัน คือ กลุ่มเงินที่ 1 เอาไว้ใช้จ่ายทั่วไป เช่น  จ่ายหนี้บัตรเครดิต ค่าผ่อนบ้าน หรือค่าผ่อนรถยนต์ เป็นต้น ส่วนกลุ่มเงินออมที่ 2 นั้นเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เช่น กรณีมีปัญหาทางด้านการเงิน ประสบอุบัติเหตุฉุกเฉิน หรืออยู่ในภาวะที่ไม่สามารถทำงานได้ เป็นต้น และกลุ่มเงินออมสุดท้ายนั้นก็เอาไว้เพื่อการลงทุนต่างๆ ในระยะยาว ซึ่งเงินกลุ่มนี้จะต้องเป็นเงินเย็นที่สามารถสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองได้ เช่น เอาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้เพื่อเกร็งกำไรในการขายต่อ ซึ่งหากเรายังขายไม่ได้ก็ถือว่าเรายังมีการ ออมทรัพย์ สินไปในตัวด้วย
3.      ต้องมีการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ซึ่งอาจจะซื้อสมุดเล่มเล็ก ๆ เล่มหนึ่งมาพกเอาไว้กับตัว ไม่ว่าจะซื้ออะไรไปเท่าไหร่ก็ให้จดเอาไว้ให้หมด ทั้งนี้ก็เพื่อที่เราจะได้นำมาคำนวณได้ว่าเราใช้จ่ายอะไรไปบ้าง ซึ่งข้อดีของการทำบัญชีรายรับรายจ่ายนี้ก็เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย เนื่องจากเราจะสามารถเห็นได้เป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือนว่าเราใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับอะไรบ้าง เท่าไหร่ และหากเราฝืนใจไม่ซื้อของฟุ่มเฟือยเหล่านี้ เราจะสามารถนำเงินเหล่านี้ไปออมแทนได้เท่าไหร่บ้างนั่นเอง
4.      การวางแผนการใช้จ่ายรายวันในแต่ละเดือน อย่างเช่นมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายนั้นเมื่อเราได้เงินเดือนมาแล้ว ก็ให้เราหักเงินไว้ออมส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็ให้หักเอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายประจำเดือนออกไว้ ส่วนเงินที่เหลือนั้นก็คือ เงินส่วนที่เราเก็บเอาไว้ใช้รายจ่ายรายวันนั่นเอง และไม่ว่าเราจะหักไว้ออมหรือหักไว้ใช้จ่ายประจำเดือนอย่างไรก็ตามทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละบุคคล