แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เด็กกินนมแม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เด็กกินนมแม่ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562

วิตามินบี 6 คืออะไร มีความสำคัญกับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างไรบ้าง


            เมื่อทราบว่าตนเองตั้งครรภ์ สิ่งแรกที่คุณแม่มือใหม่ทั้งหลายควรทำ นั่นคือ การไปฝากครรภ์ เพื่อคอยตรวจดูความผิดปกติที่เกิดจากการตั้งครรภ์ รวมทั้งเรียนรู้ในเรื่องของการดูแลตนเอง ทั้งอาหารการกิน การทำกิจกรรมต่างๆ เพราะในแต่ละเดือนจะต้องให้การดูแลที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกที่เพิ่งเริ่มตั้งครรภ์ เพราะว่าร่างกายยังต้องปรับสภาพอยู่ และก็เพิ่งเริ่มมีการฝังตัวของตัวอ่อน จึงมีความเปราะบางอย่างมากในช่วงนี้ และในวันนี้เราจะมาพูดถึง วิตามินบี 6 หนึ่งในวิตามินที่มีความสำคัญกับคุณแม่ตั้งครรภ์กันว่า คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรกันบ้าง
            วิตามินบี 6 เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ดี ใช้ในการผลิตโปรตีนที่สำคัญให้กับร่างกาย ปรับสมดุลฮอร์โมนของภูมิคุ้มกันให้เหมาะสม และมีความจำเป็นในการสร้างฮีโมโกลบินในเซลล์เม็ดเลือดแดง และมีส่วนประกอบหลัก คือ ดอกซีน ไพริดอกซาล และไพริดีน  หน้าที่สำคัญของวิตามินตัวนี้ คือ สร้างเซโรโทนนินที่ช่วยให้กล้ามเนื้อเรียบหดตัวดีขึ้น ควบคุมการทำงานของสมองและเนื้อเยื่อเป็นปกติมากขึ้น สร้างกรดอะลานีน แอสพาร์ทิก กรดลูทามิก ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค แก้อาการตะคริว เป็นต้น โดยเราจะพบวิตามินชนิดนี้ใน ไข่ไก่ ตับสัตว์ ข้าวไม่ขัดสี นม เนื้อปลา ถั่วต่างๆ รำข้าว ยีสต์ แคนตาลูป กากน้ำตาล กะหล่ำปลี เป็นต้น
            สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นควรทาน วิตามินบี 6 ให้ได้วันละ 2.2 mg.ต่อวัน  คุณแม่ท้องทุกไตรมาสสามารถทานได้ เพราะว่าวิตามินนี้จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของสมองและระบบประสาทของทารก และช่วยลดอาการแพ้ท้องลงได้ และที่สำคัญยังช่วยในการเผาผลาคาร์โบไฮเดรตร่วมกับวิตามินบี 1 และเผาผลาญโปรตีนและไขมันร่วมกับวิตามินบี 2 และ บี 12 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสแรกควรได้รับวิตามินชนิดนี้อย่างเพียงพอ เพราะว่าจะช่วยปรับฮอร์โมนของคุณแม่ให้สมดุลอีกด้วย และนอกจากวิตามินนี้แล้ว เพื่อให้สมองและพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ได้รับการพัฒนาสูงสุด ควรทานอาหารที่มีโคลีน ควบคู่ไปด้วย เพราะว่า มีสารอาหารที่สำคัญที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านสมองให้กับเด็กในครรภ์ และทำให้เซลล์สมองของทารกพัฒนาอย่างเหมาะสม และช่วยสังเคราะห์อะซิติลโคลีน ที่เป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญที่ช่วยในเรื่องความรู้ความจำและการเรียนรู้ด้วย และยังช่วยป้องกันภาวะหลอดประสาทไม่เปิดของลูกได้ด้วย โดยปริมาณที่แนะนำให้กินต่อวันคือ 450 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้าคลอดแล้วควรจะเพิ่มเป็น 550 มิลลิกรัมต่อวัน  และอาหารที่โคลีนสูง คือ ไข่แดง  เนื้อไก่ เนื้อวัวและเนื้อหมู ปลาแซลมอน ปลานิล ผักต่างๆ เช่น บล็อกโคลี่ ดอกกะหล่ำ รวมทั้งถั่วต่างๆ เช่น ถั่วแดง ถั่วเหลือง เป็นต้น
            หากคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นทาน วิตามินบี 6 และ โคลีน อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ลูกน้อยในครรภ์ของคุณนั้นมีพัฒนาการทางสมองและสารในสื่อประสาทที่ปกติ ทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่สมวัยด้วย แต่อย่างไรก็ตามการทานอาหารหรือทำกิจกรรมใดๆของคุณแม่ ควรปรึกษากับคุณหมอก่อนทุกครั้ง เพื่อจะได้ดูแลตนเองและลูกน้อยในครรภ์ได้อย่างถูกต้อง แต่การทานสารอาหารเหล่านี้ต้องทานในปริมาณที่เหมาะสม เพราะว่า ถ้าทานมากเกินไปก็ส่งผลกระทบกับร่างกายของคุณได้เหมือนกัน อย่างเช่น การทานวิตามินบี 6 มากเกินไป คุณอาจมีอาการเท้าชากระตุก กระสับส่ายเวลากลางคืน ที่สำคัญไม่ควรทานเกิน 500 มิลลิกรัม
            และในผู้ใหญ่ก็ไม่ควรทานโคลีนมากเกินไป เพราะอาจมีเหงื่อออกมาก ความดันโลหิตต่ำ มีกลิ่นตัวคล้ายคาวปลาด้วย
            คุณควรทานวิตามินบี 6 และ โคลีน ตั้งแต่ยังตั้งครรภ์จนถึงตอนที่คลอดลูกแล้ว เพราะเมื่อเด็กกินนมแม่ จะได้รับสารอาหารพวกนี้ด้วย ช่วยให้เด็กนั้นมีพัฒนาการทางสมองที่ดี ตั้งแต่อยู่ในครรภ์และจะได้รับถ่ายทอดจากคุณแม่จากการทานนมแม่ด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องของการทานอาหารจึงมีความสำคัญกับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างมาก และหากคลอดมาแล้ว ก็ยังต้องทานอย่างต่อเนื่องด้วย จนกว่าลูกจะหย่านมนั่นแหละ เพื่อให้ได้สารอาหารที่จำเป็นอย่างเต็มที่ จะเห็นได้ว่าเป็นคุณแม่มือใหม่ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแต่ว่าต้องศึกษารายละเอียด หมั่นไปตรวจตามนัดของแพทย์ และปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด